อยากไปชิลกาญจนบุรี เราจะมีคำแนะนำในการเที่ยวกาญจนบุรี จากที่มีเป้าหมายออกมาแล้วต่อไปก็คือวิธีการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น ที่กิน ที่เที่ยว และที่นอน โดยเราอยากไปชิล เรียบเรียงโดย sbobettour.com นั้นมาเพื่อที่จะเดินทางไปเที่ยวกาญจนบุรีในครั้งต่อไปจะได้สนุกและประทับใจมากยิ่งขึ้น

ถ้าหากว่าเราจะพูดถึง “กาญจนบุรี” นับว่าเป็นหนึ่งของจังหวัดในประเทศไทย ที่มีสถานที่ยอดฮิตก็ไม่ผิด อาจจะด้วยมีอะไรที่ทำให้เมืองกาญจนบุรี นั้นน่าสนใจอาจจะมีที่พัก และร้านอาหารที่เรียกว่าอร่อยและถูกปากเจ้อย่างมาก ใครที่ได้ลองมาเที่ยวที่กาญจนบุรีสักครั้งรับรองว่าจะติดใจและกลับไปเที่ยวอีกรอบสองแทบทุกคน แต่สำหรับใครที่จะยังมีคำถามว่าอยู่มากมาย อย่างเช่น “เที่ยวที่ไหน” ,”เดินทางไปอย่างไร” , “หลับนอนที่ไหน” และ “กินที่ไหน” วันนี้จะลองมาทำให้คำถามของเพื่อนๆ เหล่านี้หมดไป ในครั้งต่อไปคุณจะได้ไปเที่ยวกาญจนบุรีได้สบายขึ้น

1. ทำไมต้องไปเที่ยวกาญจนบุรี

ดิฉันเชื่อเลยว่าหลายท่านมีคำถามแน่นอน ว่าจะถามว่ามีวันหยุดเมื่อไร จะสองวัน สามวัน หรือว่าวันหยุดยาว บอกได้เลนปัญหานี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่เก็บกระเป๋าไปเที่ยว กาญจนบุรี ทุกครั้งที่ไป แต่เหตุผลหลักและสำคัญที่ใครหลายคนตัดสินใจไปเที่ยวกาญจนบุรี นั้นจะเป็นในเรื่องของระยะทางจาก กรุงเทพฯ บวกกับสภาพภูมิทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลาย ทำให้อยากจะจัดทริปมาเที่ยวแบบเช้า – เย็นกลับ หรือแบบ พักแบบค้างคืนกัน 2 วัน 1 คืนบ้างหรือพักยาวเลย  เพื่อที่จะสัมผัสธรรมชาติให้เต็มอิ่ม โดยไม่ว่าจะแบบไหนก็ตามรับรองได้เลยว่าประทับใจทั้งคู่แน่

2. การเดินทางสู่เมืองกาญจนบุรี

โดยแบบนี้ไม่ว่าใครก็จะเดินทางไปเที่ยวที่เมืองกาญจนบุรีได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสาร หรือว่า รถส่วนตัว ในรูปแบบของการเดินทางนั้นมีให้เลือกเพียบเลย เยอะมากไม่พ้นรถยนต์ส่วนตัวกันเลย  อยู่ที่ว่าท่านอยากจะได้ฟีลในการเดินทางแบบไหนมากกว่า เราแนะนำให้คุณเลือกที่จะใช้บริการขนส่งสาธารณะ ก็มีบริการแบบนี้เช่นกัน

 

  •  รถไฟ
ที่เที่ยวกาญจนบุรี

ในการนั้งรถไปไปเที่ยวกาญจนบุรี นั้นนับว่าเป็นการเที่ยวที่คลาสสิกมากที่สุดสำหรับ นักท่องเที่ยวที่จะได้ชิมบรรยายกาศของธรรมชาติข้างหน้าต่างรถไฟ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยว กาญจนบุรีจะต้องมาขึ้นที่สถานีรถไฟธนบุรี โดยขบวนรถไฟที่เดินทางไปยังกาญจนบุรีมีด้วยกันทั้งหมด 2 ขบวน คือตอนเช้า เวลา 07.45 น. กับตอนบ่าย เวลา 13.55 น. เส้นทางขบวนรถไฟผ่านสถานีต่าง ๆ ดังนี้ ตลิ่งชัน-ศาลายา-นครปฐม-หนองปลาดุก ท่าเรือน้อย-กาญจนบุรี-สะพานข้ามแม่น้ำแคว-วังเย็น-บ้านเก่า-ท่ากิเลน-ถ้ำกระแซ-วังโพธิ์-เกาะมหามงคล-น้ำตก

โดยนักท่องเที่ยวนั้นสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  tts.railway.co.th หรือศูนย์ประชาสัมพันธ์และบริการท่องเที่ยว การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 02 220 4261, 02 220 4268

  • รถตู้

การเดินทางไปกาญจนบุรีด้วยรถตู้นั้นก็เป็นอีก 1 วิธีที่สะดวกและราคาไม่แพงมาก โดยรถตู้นั้นก็มีหลายคิวที่ให้บริการนักท่องเที่ยว เช่น วินสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า วินสถานที่รถสายใต้เก่า ร่วมทั้งสายใต้ใหม่ ก็มีหมด ส่วนรถที่เคยขึ้นที่อนุสาวรีย์ชัย นั้นได้ย้ายออกไปไปแล้ว วันนี้เราจะพูดถึงวิน “รถตู้ วินแฮปปี้” โดยวินนี้จะมีการวิ่งผ่านทางท่าม่วง ท่ามะกา ไปสุดสายที่ เมืองกาญจน์ (บขส.) ส่วนอัตราค่าโดยสายก็อยู่ที่ 220 บาท (อัตรานี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เขียนในวันที้ 6/6/2560) โดยมีเที่ยวเดินรถตั้งแต่เวลา 05.30 น. และเที่ยวสุดท้ายเวลา 21.00 น. ทุกวัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก รถตู้ วินแฮปปี้-บจก.กาญจนบุรีเดินรถ 81 เฟซบุ๊ก KaycnburiDeinrth81 หรือ โทร. 0 3451 4438

 

  • รถโดยสาร

ในการขึ้นรถโดยสานก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเดินทางที่เรียกได้ว่าสะดวก และกำลังเป็นที่นิยมเช่นกัน นับว่ามีจุดจอดรถทัวร์จากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) สายกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี โดยผ่านจุดสำคัญๆ อย่าง จุดจอดพระแท่นดงรัง จุดจอดอำเภอพนมทวน สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาญจนบุรี จุดจอดอำเภอไทรโยค จุดจอดอำเภอทองผาภูมิ จุดจอดบ้านท่าเสา จุดจอดอำเภอสังขละบุรี จุดจอดด่านเจดีย์สามองค์ จุดจอดน้ำตกเกริงกระเวีย เป็นต้น ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปตรวจสอบเส้นทาง ประเภทของเที่ยวรถ และราคาได้ที่ busticket.in.th หรือโทร. 1490

3. ถ้าหากเราอยากจะเดินทางข้ามอำเภอต้องทำยังไง

กาญจนบุรีนั้นมีที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวแทบทำอำเภอของกาญจนบุรีโดยน่าสนใจทุกที่เต็มไปหมด ซึ่งทางบริเเวณสถานีขนส่งกาญจนบุรี นั้นมีรถให้เลือกหลากหลายประเภทโดยให้มีรถโดนสารไปยังสถานที่สำคัญ ถ้าหากว่าใกล้หน่อยก็มีมอไซค์รับจ้าง สามล้อถีบ สามล้อเครื่อง ซึ่งวิธีนี้อาจจะเป็นวิธีสำหรับคนที่หยุดหลายวันไม่เร่งรีบอะไร ถ้าหากว่าอยากจะเที่ยวต่างอำเภอก็ให้ดูวิธีการเหมาะรถแบบเหมาลำซึ่งจะมีทั้งรถสองแถวและรถกระบะให้เช่าพร้อมคนขับ (ส่วนในเรื่องของราคาก็อยู่ที่ฝีปากเจรจาของคุณล้วน ๆ)

4. อยากไปชิล…แล้วจะไปเที่ยวที่ไหนดีล่ะ

sbo
สะพานแม่นํ้าแคว

จากที่อ่านรีวิวมาก็หลายทีแล้ว ที่นี่ก็สวย ที่นั้นก็อยากไป ที่โน่นก็ดี อะไร ๆ  ในกาญจน์ก็เหมือนจะดูน่าเที่ยวไปเสียทั้งหมด แต่จะเที่ยวในวันเดียวใหด้หมดเลยก็ไม่ใช่เรื่อง ให้ท่านนั้นเลือกที่จะคัดกรองดูแหล่งท่องเที่ยวที่ตัวเองชอบเอง ว่าเป็นคนที่ชอบเที่ยวแบบไหน ชอบธรรมชาติอะไร อยากจะผจญภัย หรืออยากจะไปหา ประวัติศาสตร์ไทย วิถีชีวิตผู้คน หรือน้ำตก โดยให้คำนวณดูจากวันหยุดของทริปนั้นๆของท่านให้ดี โดยมีกิจกรรมเอาไว้ให้ท่านตามโจทย์แน่นอน

น้ำตกไทรโยคน้อย ภาพจาก : thetrippacker

ถ้าหากว่าท่านมีเวลาน้อยก็ให้เลือกเที่ยวที่ตัวเมืองและรอบๆเมืองจะดีกว่า โดยการเที่ยวในที่นี่ก็มีก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์เชิงท่องเที่ยวของเมืองกาญจน์ที่ทุกคนต้องมา อย่างสะพานข้ามแม่น้ำแคว พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสัญลักษณ์แล้ว หากแต่ยังพ่วงด้วยอารมณ์ความรู้สึก ที่หวนรำลึกถึงอดีตอันโหดร้ายในช่วงสงครามโลก ซึ่งเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ด้วยกัน สถานที่เหล่านี้จะทำให้เราทั้งหลายเกิดความตระหนัก และจะไม่เดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์แสนเศร้านั้นอีก นอกจากนี้ยังมีสถานที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรม เช่น วัดถ้ำเสือและวัดถ้ำเขาน้อย วัดถ้ำมังกรทอง เป็นต้น

น้ำตกไทรโยคน้อย ภาพจาก : thetrippacker

ถ้าหากว่าใครที่มีวันหยุดแบบเหลือเฟือแล้วล่ะก็ให้ท่านเลือกที่เที่ยวในนอกตัวเมืองจะดีที่สุด โดยเลือกที่จะซึมซับกับบรรยากาศธรรมชาติที่บริสุทธิ์อย่างเต็มที่ โดยเลือกที่จะมีกิจกรรมได้หลายอย่างทั้ง นอนเต็นท์ ไปนั้งมองพระอาทิตย์ขึ้น-ตกตามวิวที่ท่องเที่ยวแถมมีวิวสวยๆ ถ้าหากอยากจะล่องแพก็เล่นนํ้าในทะเลสาบเหนือเขื่อน รายล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ถ้าหากอยากจะเที่ยวนํ้าตกก็มีนํ้าตกที่สวยงามอย่าง น้ำตกไทรโยค น้ำตกเอราวัณ น้ำตกแม่ห้วยขมิ้น น้ำตกเกริงกระเวีย ฯลฯ ส่วนใครที่ชอบความตื่นเต้นที่มีหินภูเขาหินปูนซุกซ่อนอยู่ตามหุบเขามากมาย อย่าง “ถ้ำธารลอด” ในอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ หรือ “ถ้ำพระธาตุ” ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

สพานมอญ สังขละบุรี
สะพานมอญ ขอบคุณภาพจาก : sbo

ส่วนใครที่ยังไม่เคยไปใกล้ธรรมชาติก็แนะให้ไปเยือน “สังขละบุรี” โดยเชื่อว่าหลายคนนั้นเคยไปมาแล้ว เชื่อเลยว่าไปเที่ยวที่นี่นั้นจะประทับใจในเสน่ห์และวิถีชีวิตของผู้คนที่นั้นอย่างไม่เสื่อมคลาย นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พักผ่อนอย่างมาก มีจุดเด่นของที่นี่ก็คือ สะพานไม้มอญ วัดจมนํ้า ฯลฯ

ส่วนใครที่อยากจะสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิดมากกว่าเดิม ก็ใกล้แบบเลือกไปที่สุดก็อย่าลืมไปแวกที่ “ทองผาภูมิ” นับว่าเป็นสถานที่เป็น สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองกาญจนบุรี แหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้ถวิลหาธรรมชาติและการผจญภัยพร้อมทั้งได้มาสัมผัสธรรมชาติและความงดงามแห่งขุนเขา

 

sbo
ต้นจามจุรียักษ์ ขอบคุณภาพจาก : sbo

5.เที่ยวกาญจนบุรีไม่ต้องห่วงเรื่องกิน

ว่ากันด้วยถ้ามาเที่ยวกาญฯ แล้วจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนเรื่องอาหาร เพราะว่าที่นี่นั้นเต็มไปด้วยความ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ป่าเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกปลา อย่างปลายี่สก นับว่ามีร้านอาหารประจำจังหวัดหลายทีหลายเมนู ทั้งต้มยำ หรือประเภทลวกจิ้ม ฯลฯ

ส่วนเมนูอื่นที่แอดมินอยากจะแนะนำเลยค่ะ นั้นก็คือ ตํ้ายาปลาคัง ที่ที่จะมีสูตรเฉพาะอร่อยถูกใจแน่นอนค่ะ ส่วนเมนูอื่นนั้นก็มีเช่นกัน โดยเฉพาะเมนูปลา ยังมีปลาเนื้ออ่อน ปลาเค้า ปลาช่อน ที่ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน ไม่เว้นแม้แต่อาหารทะเล ที่ทั้งสดและใหม่ ไม่แพ้ร้านอาหารทะเลชื่อดังในกรุงเทพฯ เลยทีเดียวเชียว

นอกจากที่กินแล้วท่านยังสามารถที่จะเข้าไปชม ต้นจามจุรียักษ์ ยักษ์ได้นับว่าตอนนี้ใครๆ เค้าก็ต้องมาที่นี่กันแล้วเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจและไม่ไกลจากตัวเมืองกาญจนบุรีมากนัก เมื่อมาถึงจะตื่นเต้น และตะลึงในความใหญ่โตของต้นไม้และกิ่งก้านสาขาสวยงามร่มรื่น ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยมีขนาด 10  คนโอบรัศมีทรง พุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75  เมตร ความสูงจากพิ้นดินถึงยอด 20เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา ซึ่งปัจจุบันหาชม ต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยาก

ไทรโยค วิว ราฟ์ท จ.กาญจนบุรี

6. นอนหลับไปกับสายนํ้าที่กาญจนบุรี

ถ้าหากว่าถึงเวลาที่หลับนอนแล้วไม่ต้องห่วงกันเลยเรื่องที่พัก รับรองว่ามีให้ท่านเลือกแบบไม่อั้น ทั้งราคาและรูปแบบที่พักเยอะมาก เรียกได้ว่าตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว หาได้ง่าย มีอยู่แทบจะทุกอำเภอหรือใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ

ถ้าท่านต้องการเลือกที่พักก็มีให้เลือกมากมายก ใกล้สถานที่แหล่งท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นตัวเมืองก็ตามหรือสถานที่ท่องเที่ยวมีหมด ราคาก็ไม่ได้แพงอะไร มีทั้งแบบพักคู่ มาเป็นกลุ่ม หรือชาวคณะใหญ่ ส่วนเรื่องราคาให้เช็คกับรีสอร์ทโดยตรงดีกว่า เพราะว่าราคานั้นอาจจะมีเพิ่มขึ้นหรือมากน้อยต่างกันมีให้เลือก ทั้งริมน้ำ แบบโฮมสเตย์ หรือในเมือง (เอาที่สะดวก) ราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพัน พอถึงเวลาก็เช็กอินเข้าที่พักพักผ่อนสบายใจเฉิบกันไปตามแบบของ อยากไปชิล…ไปไหนดี

7. ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน กลัวไปไม่ถูก กริ๊งเดียวมีคำตอบ

เชื่อเลยว่าก็ยังมีคนสงสัยอย่างแน่นนอนเรื่องเส้นทาง ให้มีการจดเบอร์โทรศัพท์สำคัญ ๆ ไว้กับตัว ก็เป็นเรื่องจำเป็นอยู่ไม่ใช่น้อย เผื่อเกิดเรื่องฉุกเฉินอะไรยังไง ก็สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทันเวลา เหมือนที่สุภาษิตไทยเขาบอกไว้ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” ยังไงล่ะ เตรียมจดเอาไว้ดี ๆ เช่น ททท. ภาคกลาง เขต 1 (กาญจนบุรี) โทร. 034 511 200, ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 034 512 410, สภ.อ.เมืองกาญจนบุรี โทร. 034 621 040-2, สถานีรถไฟกาญจนบุรี โทร. 034 511 285 เป็นต้น

โดยทั้งหมดทั้ง 7 ข้อที่ได้กล่าวมานั้น จะเป็นผู้ช่วยที่ดีไม่ว่าใครก็ตามที่จะเดินทางไปเที่ยวกาญจนบุรี ไม่มากก็น้อยที่จะพอมีทิศทางในทางด้านเรื่องการกิน เที่ยว นอน แบบคร่าวๆ ทั้งนี้ให้เพื่อนๆ นั้นศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติ่มเรื่องที่พักที่ กาญจนบุรี เชื่อกันว่าท่านจะมีความประทับใจทุกครั้งแน่นอน

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2560

 

สถานที่ : 7 ข้อทำไมต้องไปเที่ยวกาญจนบุรี
เครดิตภาพ     :  travel.kapook
สนับสนุนโดย  :  sbobet
เรียบเรียงโดย :  อยากไปชิล..ที่ไหนดี